Data Center
Data Center พื้นฐานสำคัญของงานไอทียุคใหม่
ระบบไอทีในปัจจุบันที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับธุรกิจขององค์กร ตั้งแต่งานระดับบุคคลไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ ทำให้งานไอทีเริ่มถูกมองเป็นระบบที่ใช้ลดต้นทุนและเพิ่มกำไรมากกว่าเป็นเพียงค่าใช้จ่ายธรรมดาเหมือนอย่างในอดีต
การพัฒนาระบบไอทีขององค์กรในปัจจุบัน จึงถือเป็นกลยุทธิ์หลักทางธุรกิจอย่างหนึ่ง การพัฒนาระบบไอที มักจะมองว่าเป็นการทำงานโดยอาศัยความรู้และศักยภาพของระบบซอร์ฟแวร์ ระบบเซิฟเวอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และระบบสำรองข้อมูลเป็นหลัก การทำ Data Center ให้ดีจะรองรับการขยายตัวหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ IT ในอนาคตได้อย่างน้อย 10 ปี โดยไม่ต้องปวดหัวกับการจัดพื้นที่ หรืออุปกรณ์ใหม่ ไม่อยากให้เสียน้อยเสียมากเสียยากเสียง่าย การทำ Data Center ไม่ใช่ผู้รับเหมาทั่วไปก็ได้ เพราะต่างกันที่ Knowhow และ Competency คือต้องรู้ในด้าน Data Center Facility Technology ต้องมีทักษะความชำนาญ ตั้งแต่การสำรวจสถานที่, ออกแบบ, เลือกระบบอุปกรณ์, ติดตั้ง, ทดสอบ และรวมถึงพฤติกรรมการให้บริการที่ต้องบริการได้ 24 ชั่วโมง ถ้ามีปัญหาจะเข้าบริการในทันที แต่ผู้บริหารส่วนใหญ่มักจะไม่ให้ความสำคัญกับ Data Center หรือห้องที่ติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลักขององค์กร หาก Data Center ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง หรือระบบปรับอากาศควบคุมอุณหภูมความชื้นไม่ทำงาน ระบบไอทีทั้งหมดก็จะไม่สามารถใช้งานได้ทันที
 บริษัทฯที่มีการลงทุนด้านไอทีมูลค่ามหาศาล ยังมีบางบริษัทฯไม่ให้ความสำคัญอย่างเพียงพอในการออกแบบ Data Center จะมีเฉพาะบริษัทฯที่เป็นมืออาชีพหรือเคยประสบปัญหาจากระบบสนับสนุนศูนย์ Data Center จริง ๆ เท่านั้น ที่จะมองการก่อสร้างห้อง Data Center เป็นเรื่องสำคัญลำดับต้น ๆ
หน้าที่สำคัญของศูนย์ Data Center ในปัจจุบันไม่ใช้การเก็บอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ราคาแพงแต่เป็นการรักษาเสถียรภาพของระบบไอทีองค์กร ให้สามารถบริการลูกค้าและบุคคลากรของบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง นายณัฐพล มณีเนตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจก่อสร้างศูนย์ Data Center บริษัท ไซท์ เพรพพาเรชั่น แมเนจเมนท์ จำกัด ( SITEM) ผู้นำด้านการออกแบบศูนย์ Data Center และให้บริการศูนย์ Data Center ครบวงจรในประเทศไทยกล่าว
ธุรกิจของบริษัทฯ คือการทำงานก่อสร้างศูนย์ Data Center ในเชิงที่ปรึกษา โดยผสมผสานมุมมองในการทำงานด้านไอทีและด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล เข้าด้วยกัน โดยบริษัทฯจะรับออกแบบและติดตั้ง ตั้งแต่การให้คำแนะนำเรื่องสถานที่ก่อสร้าง ความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการออกแบบระบบต่าง ๆ อาทิเช่น งานด้านระบบไฟฟ้า ระบบสำรองไฟฟ้าอัตโนมัติ ระบบป้องกันไฟฟ้ากระโชก ระบบปรับอากาศควบคุมความชื้น ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ระบบป้องกันอัคคีภัยความไวสูง ระบบแจ้งเตือนสภาวะแวดล้อมอัตโนมัติ ระบบตรวจจับการรั่วซึมของน้ำใต้พื้นยก งานระบบรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ รวมถึงงานก่อสร้างและตกแต่งภายใน ณัฐพลกล่าว
ในปีนี้ ลูกค้าของ ไซเท็ม ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าหน่วยงานราชการ ที่เริ่มมีการปรับเปลี่ยนระบบสารสนเทศภายใน รวมทั้งองค์กรภาคเอกชน และธุรกิจด้านโทรคมนาคม สำหรับองค์กรภาคเอกชน ลูกค้าหลัก เป็นกลุ่มธนาคาร ที่ได้ไลเซ่นส์ใหม่ๆ อาทิ แลนด์แอนด์เฮาส์แบงก์ เกียรตินาคินแบงก์ และ แบงก์ธนชาติ โดยมีสัดส่วน เอกชน 50 % ราชการ 30 % โทรคมนาคม 20 %
Data Center ในประเทศไทยวันนี้
ในปี 2550 แนวโน้มศูนย์ Data Center จะมีจำนวนมากขึ้น แต่จะมีขนาดเล็กลง เนื่องจากเทคโนโลยีของระบบคอมพิวเตอร์ มีแนวโน้มไปใช้ Blade Server ที่ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยลง ทำให้ห้องมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมกว่า 50 % แต่ก็สร้างความท้าทายใหม่เกิดขึ้นในการออกแบบระบบไฟฟ้าและระบบปรับอากาศให้รองรับอุปกรณ์ที่มี Power density สูงขนาดนี้ ผมมองว่าปีหน้า การสร้างศูนย์ Data Center ส่วนใหญ่จะเป็นไซด์ขนาดกลาง ถึงขนาดเล็ก แต่จะมีจำนวนไซด์มาก อีกปัจจัยหนึ่งคือ อุปกรณ์ มีแนวโน้มที่จะเล็กลงเรื่อยๆ จุดที่คิดว่าลูกค้าจะเลือกใช้ ไซเท็ม เนื่องจาก เรามีการบริการหลังการขาย และมีบริการดูแล 24 ชั่วโมง ซึ่งในส่วนนี้บริษัทมีความพร้อมในการเข้าไปดำเนินการ ณัฐพลกล่าว
ไซเท็ม ประเมินว่า แนวโน้มการทำศูนย์ Data Center ปีหน้า จะเป็นลักษณะของหน่วยงานที่ยังไม่เคยสร้างศูนย์ Data Center ของตนเอง ก็จะเริ่มมี Data Center เนื่องจากธุรกรรมต่างๆ หรือระบบงานต่างๆ จะถูกนำไปอิมพลิเมนท์ในระบบซอฟต์แวร์ จะเริ่มมีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้ระบบต้องทำงานได้ 24 ชั่วโมง ดังนั้น ลูกค้าก็จะเริ่มมองเห็นความสำคัญของ Data Center
ปัจจุบัน ไซเท็ม สามารถทำยอดขายเฉพาะในส่วนของ Data Center ได้ประมาณ 500 ล้านบาท เติบโตตามเป้าหมาย 10 % เมื่อเทียบกับปี 2548 ซึ่งมั่นใจว่าครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับที่ 1 อย่างไรก็ตาม มองว่า การสร้าง Data Center ในปัจจุบัน ตลาดค่อนข้างอิ่มตัว การเพิ่มขึ้นไม่ได้อยู่ในอัตราส่วนที่สูงมาก แต่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อมั่นว่ายังคงได้เปรียบเรื่องประสบการณ์ ผลงาน และแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัย
 ลักษณะการออกแบบ ไซเท็ม จะมีการส่งพนักงานไปอบรมในต่างประเทศ ยุโรป หรือ อเมริกา ตลอดเวลา วิธีการที่ใช้ในการออกแบบจะถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ ทำให้งานออกแบบของ ไซเท็ม ค่อนข้างทันสมัย หรือต่างจากคู่แข่ง
โดยในปีหน้า ไซเท็ม จะเน้น 3 เรื่อง คือ 1 ) การสร้างห้องมั่นคง (Strong Room) ตัวผนังกันไฟตามมาตรฐาน 2 )ระบบดับเพลิงแบบใหม่ หรือ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติแบบหมอกน้ำ เป็นน้ำที่ไม่มีประจุ ตัวฝอยน้ำจะละเอียดระดับไมครอน ลักษณะจะแตกต่างจากการใช้น้ำไปดับไฟ กั้นอ็อกซิเจนไม่ให้ไปสัมผัสเปลวไฟ
ซึ่งสามารถใช้งานในห้องคอมพิวเตอร์ได้ โดยที่ระบบไม่เสียหาย ซึ่งในอนาคตจะได้รับความนิยมมาก และ 3 ) ระบบเสริมการใช้งานของแบตเตอรี่ ( Fly Wheel ) ลักษณะการใช้งานจะเป็นอุปกรณ์ที่เป็นวงล้อที่เก็บพลังงานจลไว้ที่ UPS เมื่อไฟฟ้าดับวงล้อตัวนี้ จะจ่ายกระแสไฟฟ้าออกมาให้ระบบคอมพิวเตอร์ ในช่วงที่รอเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงาน ตัวนี้ยังช่วยลดมลภาวะได้ คือ ลดจำนวนการใช้งานแบตเตอรี่ ค่อนข้างมีเสถียรภาพมาก เริ่มมีใช้ในเมืองไทย เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น
และในปี 2550 นี้ ไซเท็มครบ 13 ปี เป็นปีแห่งการเรียนรู้ 13 th Year of Knowledge Organization Everyday learning Everyone teching มีความตั้งใจจะทำให้ดีขึ้น ทั้งในด้านความรู้ การพัฒนาการออกแบบสินค้าและบริการ เพื่อสนับสนุนโครงการของลูกค้าให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น.
Related Link Data Center
|